19 เม.ย. 2557

Fic Attack on titan[LevixEren]Who own my heart?? : 04

Fic.Attack on titan[LevixEren]Who own my heart?? 
: 04

: Who own my heart?? : 04

:Fanfiction Attack on titan[LevixEren]

:Romantic

:NC-15



คำเตือน : บทความต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายหากท่านใดไม่ต้องการรับรู้กรุณากดปิดค่ะขอบคุณค่ะ










       ร่างโปร่งบางของคนขี้เมายันตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างยากลำบากเมื่อความรู้สึกเจ็บร้าวที่บั้นท้ายวิ่งเข้ามาจู่โจมทันทีที่กระดิกตัวมือบางจึงยกไปลูบที่บั้นท้ายตัวเองปอยๆพร้อมๆกับบ่นพึมพำให้กับตัวเอง

"อู๊ย~~~ไปโดนอะไรมาเนี้ยเจ็บชะมัด.....เอ๋!!!!!"

นัยน์ตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างขึ้นมาทันทีที่รู้สึกร่างกายเบาหวิวแปลกๆแบบนี้สองมือบางรีบลูบคลำตามเนื้อตัวโล่งโจ้งของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อก่อนจะค่อยๆดึงผ้าห่มที่คลุมช่วงล่างของตัวเองขึ้นช้าๆและทันทีที่เห็นว่ามันไม่มีอะไรปกปิดเอาไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

"อ๋า~~~....อ้าาาาา!!!!!!!!!"

สองขาเรียวยาวรีบถ่อสังขารเข้าไปในห้องน้ำแล้วไปยืนที่หน้ากระจกบานใหญ่ทันทีและทันทีที่เห็นร่องรอยสีระเรื่อมากมายตามซอกคอและลาดไหล่ลามมาจนถึงแผ่นอกบอบบางของตัวเองเสียงกรี๊ดร้องก็ดังขึ้นมาอีกครั้งสองมือบางยกขึ้นมากุมใบหน้าของตัวเองเอาไว้ด้วยความอายจนสุดจะทนในหัวพยายยามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างช้าๆแล้วภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ลอยเข้ามาให้หัวแบบขาดๆหายๆไม่ปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราวแต่ทุกภาพที่เห็นคือตัวเองกำลัง.....จู่ๆภาพเหตุการณ์บนรถไฟก็ลอยเข้ามาในหัวอีกแต่มันก็แค่บางส่วนเท่านั้นแต่ที่นึกออกมันก็คือภาพของตัวเองกำลัง....สาเหตุที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเบาหวิวแบบนี้!!!

"ถ้างั้น....ที่เจ็บ....."

มือบางค่อยๆเลื่อนไปลูบบั้นท้ายของตัวเองช้าๆก่อนจะกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเสียความบริสุทธิ์ให้กับคุณรีไวล์ไปเรียบร้อยแล้ว

"ระ...เรากับคุณ....รีไวล์.....อ๋า~~~"


เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นตอนเกือบสายทำให้ชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาชะงักค้างนิดหนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มน้อยๆที่มุมปากโชคดีที่แม่ของเขาออกไปต้อนรับนักท่องเที่ยวที่รีสอร์ทฝั่งตรงข้ามที่ห่างจากบ้านเขามากพอสมควรไม่งั้นคงเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะอีกเป็นแน่แต่ถึงอย่างนั้นในใจก็ยังนึกกังวลอยู่ไม่น้อยว่าเจ้าเด็กเหลือขอจะเกลียดเขาไปแล้วรึเปล่า.แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่มีคำแก้ตัวใดๆทั้งนั้นถึงแม้ว่าเจ้าตัวร้ายจะเป็นคนเริ่มแต่เขาก็ไม่รู้จักห้ามใจตัวเองถึงแม้ว่ามันจะไม่เลยเถิดจนถึงที่สุดก็ตาม....


หลังจากคร่ำครวญกับตัวเองอยู่นานร่างโปร่งบางของเจ้าเด็กเหลือขอก็เดินลงมาเกาะที่ขอบประตูห้องครัวนัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องร่างของคนที่กำลังวุ่นวายอยู่ที่หน้าเตาแล้วก็ให้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวก่อนจะหลบเข้ากับผนังห้องสองมือบางได้แต่ยกขึ้นปิดหน้าตัวเองเอาไว้เพราะไม่รู้จะทำหน้าเข้าหาอีกคนยังไงแต่ในขณะที่กำลังฟุ้งซ่านอยู่นั้น

"อ้าวตื่นแล้วเหรอฉันกำลังจะไปปลุกพอดี"

ร่างทั้งร่างถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงทุ้มเข้มดังขึ้นที่ข้างๆตัวเองสองมือบางค่อยๆลดมือลงก่อนจะตอบออกไป

"คะ...คะ...ครับ....ตื่นแล้ว.."

ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้กับเจ้าคนที่ยืนตัวแดงจนแทบจะเหมือนลูกมะเขือเทศเต็มทีก่อนจะขยี้หัวสีน้ำตาลเข้มนุ่มนิ่มเบาๆ

"ยังเจ็บอยู่รึเปล่า??"

"เอ๋~~จะ....เจ็บ!!!....ครับยัง....เจ็บอยู่นิดหน่อย"

"งั้นก็ดีแล้วฉันคิดว่านายจะลุกไม่ไหวซะอีก.....มาเถอะสายมากแล้วเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอา"

มือที่กร้านน้อยๆคว้าข้อมือของเจ้าเด็กเหลือขอที่ยืนตัวแดงเข้าไปในห้องครัวก่อนจะพาไปนั่งที่โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่
ใบหน้ามนจึงได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างช่วยไม่ได้แต่ทำไมในใจถึงได้รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาชั่วขณะตอนที่เห็นสีหน้าเรียบเฉยของคุณรีไวล์แบบนั้นเหมือนไม่ได้มีความรู้สึกรู้สากับเรื่องที่เกิดขึ้นทำเหมือนกับมันเป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆแบบนั้นทั้งๆที่นี่เป็นครั้งแรกของตัวเอง....หรือว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของคุณรีไวล์??...ก็แหงหล่ะก็หล่อซะขนาดนี้คงจะมีผู้หญิงสวยๆวิ่งเข้าหาจนคร้านที่จะเลือกเลยล่ะมั้ง

"ขะ...ขอโทษนะครับที่ก่อเรื่อง"

ใช่แล้วความจริงอีกข้อหนึ่งก็เขาเป็นคนก่อเรื่องเองทั้งนั้นที่อาจหาญไปจะ...จูบคุณรีไวล์แบบนั้นที่ไปเกาะเขาเป็นหมีโคอะล่าแบบนั้น

นัยน์ตาสีขี้เถ้าหรี่ลงน้อยๆก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะไม่เข้าใจว่าร่างโปร่งบางต้องการจะขอโทษเขาเรื่องอะไรกันแน่แต่ถึงอย่างนั้น

"ไม่เป็นไรไม่ได้ยุ่งยากอะไร"

"คงเป็นเรื่องปรกติสำหรับคุณสินะครับก็คุณทั้งหล่อดูดีไปซะหมดทุกอย่างแบบนี้คงจะมีคนเข้าหาคุณจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วอย่างนั้นสินะครับผมก็คงจะเป็นแค่หนึ่งในคนเหล่านั้นสินะครับ"

ชายหนุ่มเริ่มจะขมวดคิ้วเป็นปมจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้วกับน้ำเสียงตัดพ้อเหมือนคนกำลังน้อยเนื้อต่ำใจของอีกคนแบบนั้นเขาจึงวางมือจากหม้อสตูว์ก่อนจะหยิบถ้วยที่ตักไว้แล้วไปวางตรงหน้าของเจ้าคนเพ้อเจ้อที่เริ่มจะพูดจาไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกหที

"แน่นอนว่ามีคนเข้าหาและเสนอตัวให้กับฉันมากมาย....แต่นายไม่เหมือนคนพวกนั้นนายแตกต่างจากพวกเขา"

มือที่กร้านน้อยๆขยี้หัวสีน้ำตาลเข้มแรงๆจนยุ่งเหยิงก่อนจะเดินกลับไปหยิบถาดขนมปังพร้อมกับชามสลัดที่คิดว่าเด็กเหลือขอคนนี้จะพอกินได้เพราะเขาไม่ใส่ผักกลิ่นฉุนและน้ำสลัดเองก็เป็นแบบไร้ไขมันอิ่มตัวอะไรประมาณนั้นล่ะนะแต่แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นน้ำใสๆที่หยดแหมะๆจากใบหน้าที่ยังก้มมองมือตัวเอง

"เฮ้!!!...เป็นอะไรไปไอ้เด็กเหลือขอ!!???"

เขาต้องรีบวางโถสลัดกับถาดขนมปังแล้วตรงเข้ามาหาเจ้าคนที่จู่ๆก็ร้องไห้ออกมาไม่มีสาเหตุแบบนี้และทันทีที่เขาเข้ามาใกล้ร่างของเจ้าคนที่ทำตัวเข้าใจยากก็โผกอดเอวของเขาไว้ทันที

"เอเลน!!....เป็นอะไรไป??"

ชายหนุ่มดันร่างโปร่งบางออกจากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างๆพร้อมกับประคองใบหน้ามนขึ้นมาเผชิญหน้ากับตัวเอง

"ผม...ผมขอโทษที่ก่อเรื่องนะครับเพราะผมงี่เง่าถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทั้งๆที่เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันเท่านั้นแต่ผมกลับ...."

"จูบฉันน่ะเหรอ....ถ้างั้นฉันจะทำโทษนายก็แล้วกันแต่นายต้องสัญญากับฉันว่าจะไม่คิดมากเรื่องเมื่อคืนอีกเข้าใจมั้ย??"

"จะไม่ให้คิดมากได้ไงกันครับก็นั่นน่ะมัน......ครั้งแรกของผมนะครับ..."

นัยน์ตาสีขี้เถ้าถึงกับเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อถึงตอนนี้เขาถึงได้เขาใจว่าเพราะเจ้าเด็กเหลือขอนี่คิดว่าตัวเองถูกเขาเจาะไข่แดงตัวเองไปแล้วแบบนั้นสินะเพราะคงจะจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นแน่
คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มจึงได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆอย่างลืมตัว....ถ้างั้นก็ปล่อยให้เข้าใจผิดต่อไปอีกสักพักก็แล้วกัน

"ถ้างั้นก็ตามใจเพราะฉันก็จะไม่ลืมมันเหมือนกัน"

"....คุณรีไวล์~"

จู่ๆน้ำตาที่เหือดแห้งไปก็ไหลรื่นขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งดีใจและสุขใจอย่างบอกไม่ถูกแถมตอนนี้หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของผู้ชายคนนี้ของคุณรีไวล์แบบนี้บางที่เขาอาจจะต้องการเพียงแค่นี้ก็ได้ขอแค่คุณรีไวล์ไม่ลืมเขาก็พอแล้ว

"แต่นายต้องสัญญากับฉันก่อน......ว่านายจะไม่ไปดื่มแบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันเข้าใจมั้ย!!"

"โธ่~ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วครับไม่กล้าไปทำกับใครแบบนี้อีกแล้วล่ะครับผมสัญญา"

ชายหหนุ่มยิ้มอ่อนโยนรับคำสัญญาของเจ้าเด็กเหลือขอทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้รู้สึกใส่ใจกับเด็กนี่นักทั้งๆที่เจอกันเพราะความบังเอิญ....ในตอนนี้เขาก็พอจะรู้แล้วหล่ะว่าบางที่ความบังเอิญก็พาสิ่งดีๆมาให้เขาบ้างเหมือนกัน

.............หรือบางทีนี่อาจจะเป็นพรมลิขิตก็เป็นได้ใครจะรู้...............

นัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องอาหารมื้อเช้าด้วยความสนอกสนใจจริงๆแล้วมันก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่มากมายนักแต่ที่ตื่นเต้นก็เพราะว่ามันคือมื้อที่คุณรีไวล์เป็นคนทำให้ตะหาก

"สเต๊กปลากินได้รึเปล่า??"

"น่าทานทุกอย่างเลยนะครับ...แล้วนี่เขาเรียกว่าอะไรครับ??"

นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ชามสตูว์ใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัยเพราะกลิ่นหอมที่ลอยมายั่วยวนเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดีทีเดียว

"ราทาทุย...เป็นสตูว์ผักน่ะอาหารพื้นเมืองของที่นี่ลองชิมดูสิ"

"คุณรีไวลทำเองทั้งหมดเลยเหรอครับ??"

"......อืม...รีบกินได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นซะหมด"

"ครับ!!!!!"

ใบหน้ามนฉีกยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะลงมือจัดการกับมื้อเช้าที่สุดพิเศษของตัวเองเพราะมีเพียงไม่กี่คนหรอกที่จะใส่ใจกับเขาขนาดนี้นอกเหนือจากพี่สาวต่างสายเลือดของเขาแล้วไม่ว่าจะพ่อแม่หรือแม้แต่เพื่อนคนอื่นๆก็ล้วนแล้วแต่บังคับให้เขาต้องทนกินของที่เขาไม่ชอบมาตั้งแต่เด็กทั้งนั้น

"อร่อยมากเลยนะครับ!!!...คุณรีไวล์เก่งจังเลยนะครับผมซะอีกที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง!!"

"พูดมากไปแล้วรีบๆกินเข้า...อยากจะออกไปใหนรึเปล่าวันนี้ฉันว่าง"

"อยากอยู่ที่นี่มากกว่าครับไม่อยากไปใหนแล้ว"

"เกรงใจ???"

"ไม่ครับแต่อยากจะไปที่เชิงเขาดูบ้าง....ได้มั้ยครับ??"

"งั้นก็ตามนั้น"

ใบหน้าคมหล่อเหลาจ้องมองเจ้าคนที่เปลี่ยนท่าทีไวเป็นปรอทแล้วก็ให้อดยิ้มไม่ได้เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาของเขาไม่เคยมีใครเข้ามาทำให้เขายิ้มได้มากขนาดนี้แต่กับเจ้าเด็กเหลือขอขี้แยชั่งจ้อเปลี่ยนอารมณ์และท่าทีได้ง่ายๆแบบนี้กลับทำให้เขายิ้มได้หัวเราะได้แทบจะทุกวันแบบนี้....บางทีเขาอาจจะหลงเสน่ห์ของเด็กนี่เข้าให้แล้ว...
..
..
..
..
..
..
..
            ร่างโปร่งบางของเจ้าเด็กเหลือขอวิ่งหน้าตั้งออกมาทั่หน้าบ้านและไม่ลืมที่จะถือกล้องดิจิตอลที่คุณรีไวล์ให้ยืมเมื่อวานติดมือมาด้วยเพราะจะต้องมีภาพสวยๆให้เขาเก็บอยู่แล้ว
......จะว่าไปแล้วชุดที่เขาใส่อยู่ตอนนี้เป็นของใครก็ยังไม่รู้แถมมีแต่เสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีขาวกับกางเกงผ้าสีดำไม่ก็น้ำเงินทั้งนั้นแต่เขาก็ใส่ได้พอดีอย่างน่าแปลกถึงแม้ว่าเอวจะหลวมไปนิดหนึ่งก็เถอะจะว่าไปมันก็เหมือนกับที่คุณรีไวล์ใส่ไม่มีผิดคงจะไม่ใช่ของคุณรีไว์หรอกนะ...

ไม่นานร่างโปร่งบางของเจ้าเด็กเหลือขอก็มายืนอยู่ข้างๆเจ้าม้าสีน้ำตาลเข้มโดยมีเจ้าของมันนั่งรออยู่บนหลังเรียบร้อยแล้ว

"เกาะให้แน่นๆนะทางมันขรุขระนิดนึ่ง"

"ครับ!!!"

สองมือบางกำชายเสื้อโค๊ตตัวยาวสีดำสนิทเอาไว้แน่นใบหน้ามนก้มลงมองมือตัวเองอย่างอายๆเพราะจู่ๆก็รู้สึกว่าอยากจะกอดคุณรีไวล์ขึ้นมาซะอย่างนั้นพอคิดแบบนั้นแล้วแก้มใสๆก็ซับสีขึ้นอย่างช่วยไม่ได้แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมืออุ่นๆของคนตรงหน้าดึงมือบางทั้งสองข้างไปโอบรอบเอวของเขาไว้

"ฉันบอกให้เกาะแน่นๆไม่ได้บอกให้กำแน่นๆนะไอ้เด็กเหลือขอ"

"คระ....ครับ!!!"

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว...ใบหน้ามนซบลงไปที่แผ่นหลังที่ไม่ได้กว้างมากมายแต่อบอุ่นยิ่งกว่าใครอย่างลืมตัว...เหมือนกับวว่าคุณรีไวล์อ่านใจเขาออกอย่างไงอย่างงั้น...จู่ๆใบหน้ามนที่ซบอยู่ที่หลังก็ถูไปมาเบาๆ...เหมือนเจ้าลูกหมากำลังอ้อนเจ้าของไม่มีผิดไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือไม่แต่ที่แน่ๆมันกำลังทำให้หัวใจที่ด้านชามาหลายปีกำลังเต้นแรงขึ้นจนแทบจะผิดจังหวะไปแล้ว.......ทำไมกันนะเป็นแค่เด็กเหลือขอแท้ๆ

     ริมฝีปากคมเหยียดยิ้มที่มุมปากน้อยๆก่อนจะเหลือบไปมองหัวสีน้ำตาลเข้มที่ซบอยู่ที่แผ่นหลังของตัวเองน้อยๆก่อนจะหันกลับมาสนใจเส้นทางต่อ.....ใบหน้ามนยังประดับรอยยิ้มสดใสอยู่บนแผ่นหลังอบอุ่นอยู่อย่างนั้นก่อนจะหลับตาลงสดกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ผสมกับกลิ่นกายอ่อนๆของคนตรงหน้าที่ลอยมาตามลมที่พัดมากระทบใบหน้าของตัวเองก่อนจะกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น....ให้ความอบอุ่นของร่างกายส่งผ่านไปให้อีกคนได้รับรู้ถึงความรู้สึกสุขล้นของตัวเองในตอนนี้ ...........และเขามั่นใจว่าคุณรีไวล์เองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน....

ไม่รู้ว่าเจ้าม้าสีน้ำตาลเข้มวิ่งมาไกลเท่าไหร่รู้ตัวอีกทีมันก็มาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านออกไปให้ร่มเงาไปทั่วบริเวณท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีแดงสลับม่วงสวยแปลกตาไปอีกแบบ...ชายหนุ่มกระโดดลงจากหลังม้าก่อนจะรับร่างโปร่งบางให้ลงตามมาอีกคน....แต่ดูเหมือนเจ้าตัวร้ายจะไม่สนใจเขาสักเท่าไหร่เพราะนัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่สวยกำลังกวาดสายตาไปทั่วบริเวณเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์จนอดที่จะหมั่นใส้ไม่ได้จึงขยี้หัวสีน้ำตาลเข้มนุ่มนิ่มแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยวเจ้าตัวร้ายถึงได้หันมาสนใจเขา

"ฉันให้เวลาหนึ่งชั่วโมงอยากจะถ่ายรูปอะไรก็รีบๆเข้าฉันจะรออยู่ตรงนี้แต่อย่าไปไกลนักล่ะ"

"ขอบคุณครับ!!!!"

ใบหน้ามนยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่มก่อนจะวิ่งออกไปเก็บภาพเจ้าดอกไม้ป่าสีสันสดใสกลางทุ่งกว้างโดยไม่ได้กลัวแสงแดดจ้าเลยแม้แต่น้อยเพราะถึงแม้ว่าฟ้าจะแจ้งไร้เมฆบดบัดวงอาทิตย์แต่ลมเย็นๆที่หอบเอากลิ่นหอมๆลอยมาตลอดเวลามันก็ทำ
ให้ลืมแสงจ้าของดวงอาทิตย์ได้แล้ว...อีกอย่างคงเพราะอยู่ติดกับเชิงเขาแสงแดดถึงได้ไม่ร้อนอย่างที่ควรจะเป็นแต่กลับเย็นสบายปลอดโปร่งกำลังดีเลยทีเดียว

นัยน์ตาสีขี้เถ้าจับจ้องร่างโปร่งบางของเจ้าเด็กเหลือของก้มๆมุดๆอยู่ท่ามกลางสีแดงของดอกป๊อปปี้ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเพราะภาพของเจ้าเด็กเหลือขอที่ผลุบๆโผล่ๆอยู่ตรงหน้ามันชั่งเหมือนกับเจ้ากระต่ายน้อยกำลังกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกับดอกไม้ใบหญ้าในทุ่งกว้างอย่างสนุกสนานไม่มีมีผิด


"เดี๋ยวเป็นลูกหมาเดี๋ยวเป็นลูกกระต่ายเปลี่ยนอารมณ์ง่ายซะจริงเด็กบ้า"

ถึงจะบ่นพึมพำแต่ริมฝีปากคมกลับเหยียดยิ้มตลอดเวลา....ปล่อยไว้แบบนั้นสักพักก็แล้วกัน.....ร่างที่ไม่ได้สูงใหญ่แต่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าหนานุ่มก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆปล่อยให้เจ้ากระต่ายน้อยกับเจ้าม้าสีน้ำตาลเข้มเริงเล่นไปสักพักก็แล้วกัน...


ร่างโปร่งบางของเจ้ากระต่ายน้อยวิ่งแหวกกอหญ้ากลับมาหาคนที่คอยอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อคนที่คิดว่ากำลังนั่งคอยตัวเองกำลังนอนหลับสนิทหรือเพียงแค่พักสายตาก็ไม่อาจรู้ได้ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างก่อนจะค่อยๆย่องเข้าไปหาอย่างที่คิดว่าเงียบที่สุดแล้วค่อยๆหย่อนกายลงข้างๆมือบางยกกล้องดิจิตอลในมือขึ้นมาและไม่ลืมที่จะปิดแสงวูบวาบของแฟล๊ชเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ตัว

"ขอรูปหนึ่งนะครับ"

ทั้งๆที่จะแอบถ่ายเขาแต่ก็ยังไม่วายจะขออนุญาติอยู่ดี...ปลายนิ้วกดชัตเตอร์อย่างเบามือทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงซะเสียงมันก็ดังอยู่ดีและมันก็เป็นไปตามนั้นเมื่อทันทีที่กดชัตเตอร์ลงไปเสียงแชะของเจ้ากล้องดิจิตอลก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเปลือกตาของคนที่คิดว่าหลับสนิทมือบางรีบเก็บเจ้ากล้องดิจิตอลตัวดีทันทีที่สายตาคู่คมเปิดขึ้นและมันกำลังจ้องมองตัวเองเขม็งเลยทีเดียว

"ขะ...ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่น.....ฮะฮะ"

"ชั้นไม่ได้หลับ"

"เห๋!!!!....มะ...ไม่ได้หลับงั้นเหรอครับ!!???"

ใบหน้ามนถึงกับอ้าปากค้างจนชายหนุ่มจับปลายคางมนให้งับขึ้นใจในยังนึกขำกับท่าทางตกใจมากขนาดนั้น

"เอ๊ะ!!!"

แต่ก่อนที่สติจะกลับมาร่างทั้งร่างก็ถูกอีกคนตวัดให้นอนลงกับพื้นก่อนจะถูกร่างของชายหนุ่มคร่อมเอาไว้

"....กระ...โกรธเหรอครับผม...ขอโทษนะครับ....."

ใบหน้ามนได้แต่ทำหน้าสำนึกผิดนัยน์ตาสีมรกตที่จ้องมองนัยน์ตาสีขี้เถ้าคู่คมได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้เพราะไม่รู้ว่าอีกคนคิดยังไงเพราะใบหน้าคมหล่อเหลานั่นยังคงเรียบเฉยจนอ่านไม่ออก

"จะว่าไปชั้นยังไม่ได้ลงโทษนายเลยนี่นะงั้นก็ขอรวบยอดตอนนี้เลยก็แล้วกัน"

"ยะ...ยังไงเหรอครับ!!??"

"หลับตาสิห้ามลืมตาขึ้นมาจนกว่าฉันจะสั่งเข้าใจมั้ย??"

"คระ....ครับ!!"

ถึงจะหวาดๆแต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ยอมหลับตาลงอย่างว่าง่ายจนอีกฝ่ายอดที่จะยิ้มไม่ได้กับความที่เชื่อคนง่ายขนาดนี้ของเจ้าลูกหมาที่กลายร่างเป็นกระต่ายแถมยังหลับตาปี๋อีกทั้งๆที่กลัวไม่ใช่น้อยแต่ก็ยอมทำตามแบบนี้

นัยน์ตาสีเขียวมรกตค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆเมื่อรู้สึกว่ามันนานเกินไปแล้วแต่กลับยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองมีเพียงลมหายใจอุ่นๆเท่านั้นที่ยังเป่ารดใบหน้า

"ฉันยังไม่ได้บอกให้ลืมตาไม่ใช่รึไง??"

น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมาเบาๆจนแทบจะเป็นกระซิบทำเอาใบหน้ามนที่ทำตาปริบๆถึงกับร้อนผ่าวๆ

"กะ...ก็คุณรีไวล์เอ่อ........"

"นายเกลียดชั้นมั้ยเอเลน??"

".....มะ...ไม่ครับ...ผม...คิดว่าผมชะ...อื้อ!!!"

ยังไม่ทันจะพูดให้จบประโยคริมฝีปากคมประกบลงมาแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอานัยน์ตาถึงกับเบิกกว้างก่อนจะปิดลงด้วยความตกใจสองมือบางโอบรอบแผ่นหลังของชายหนุ่มเอาไว้แทนที่จะผลักไสเมื่อเรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนควานหาความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจพาให้สติของคนด้านใต้กระเจิดกระเจิงจนกู่ไม่กลับเมื่อความเร่าร้อนดุจไฟสุมรุมเร้าไปทั่วร่าง...ทั้งๆที่ก่อนหน้าเชื่องช้าและอ่อนโยนแต่คราวนี้กลับเร้าร้อนและรุนแรงจนคนไม่ประสาผวากอดแน่นขึ้นอย่างช่วยไม่ได้...ไม่รู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดเพราะตอนนี้ในหัวสมองขาวโพลนคิดสิ่งใดไม่ออกพอรู้ตัวอีกที่ร่างทั้งร่างของตัวเองก็เปลือยเปล่าซะแล้วแถมยังนั่งคร่อมอยู่บนตักของคุณรีไวลหน้าตาเฉยใบหน้ามนจึงได้แต่ทำหน้าเหรอหราเพราะไม่รู้ว่าคุณรีไวลถอดเสื้อผ้าของตัวเองตั้งแต่ตอนใหนแล้วขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักของอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่จึงได้แต่ผวาเข้ากอดรอบแผ่นหลังกว้างอีกครั้งใบหน้ามนที่ซับสีจัดซุกอยู่กับซอกคอของชายหนุ่มด้วยความอายจนไม่กล้าสู้หน้า

"เกลียดชั้นขึ้นมาบ้างรึยัง??"

"...ไม่ครับ....ผม...ผม....คิดว่าผมชอบคุณรีไวล์ครับ"

"เด็กโง่....อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจไปนายยังไม่รู้จักตัวตนของฉัน...ในตอนนี้มันก็แค่ความหลงไหลเท่านั้น"

"แต่ผม..."

"เชื่อฉันหลังจากนี้ถ้านายยังไม่ลืมฉันยังคิดถึงเพียงแค่ฉันและสายตาของนายมองหาฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นนายค่อยพูดมันออกมา...เข้าใจมั้ยไอ้เด็กเหลือขอ??"

"ถึงตอนนั้นผมคงขาดใจไปแล้วล่ะครับ....ใจร้ายจังเลยนะครับ"

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจะหยิบโค๊ตตัวยาวขึ้นมาคลุมแผ่นหลังบางพร้อมกับกดจูบหนักหน่วงที่ขมับของเจ้าลูกหมาขี้อ้อนแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

"หึหึ....ฉันแค่ไม่อยากโดนเด็กประถมเหลือขอแบบนายปั่นหัวเอาตอนแก่ก็เท่านั้น"

"โธ่...ยี่สิบสามแล้วนะครับไม่ใช่เด็กประถมซะหน่อย"

ใบหน้ามนถูไปมาก่อนจะงับซอกคอของอีกคนเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะของชายหนุ่มได้ไม่ยากก่อนจะกดจูบหนักลงไปที่หัวไหล่มนจะขึ้นสีมือที่กร้านน้อยจากการจับด้ามปืนประคองใบหน้ามนให้มาเผชิญหน้ากับตัวเองแล้วก็ให้ยิ้มน้อยๆกับดวงตาสีเขียบมรกตบ้องแบ้วนั่นส่งสายตางอนๆมาให้

"พิสูทธิ์ให้ฉันเห็นซะว่านายพูดจากใจไม่ใช่แค่หลงไหล"

"ของมันแน่อยู่แล้วครับ...ถึงตอนนั้นผมจะทำให้คุณรีไวล์เชื่อในตัวผมให้ได้คอยดู!!"

ใบหน้าคมหล่อเหลาได้ได้แต่หัวเราะเบาๆในความอวดดีนั่น....สงสัยว่าพวกเขาคงจะต้องการเวลาเพื่อยืนยันความรู้สึกของตัวเองไม่ใช่แค่ของเจ้าลูกหมาเหลือขอนี่เท่านั้นแต่มันรวมถึงตัวเขาด้วยเช่นกันว่ามันไม่ใช่แค่เผลอไผลเพราะความใก้ลชิดเท่าเพราะตอนนี้มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า"รัก"หรือ"หลง"
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
.
..
        
        เสียงเครื่องสแกนนิ้วมือดังขึ้นเป็นระยะๆบอกให้รู้ว่าหมดเวลาสำหรับติดต่อราชการสำหรับวันแล้ว .......เด็กหนุ่มร่างสูงเดินวนเวียนกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจเพื่อรอเด็กหนุ่มร่างเล็กเรือนผมสีทองกับเด็กสาวเรือนผมสีรัตติกาลที่เข้าไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตแต่หายเข้าไปจนเกือบสองชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าออกมาสักทีปล่อยให้เขาต้องยืนกระวนกระวายให้อยู่ตรงนี้คนเดียว

"เป็นไงเป็นกันว่ะรอไม่ไหวแล้วเฟ้ย!!!"

แต่ในขณะที่ตัดสินใจจะเข้าไปตามนั้นสองคนที่เขาเฝ้ารอก็ก้าวขาออกมาจากประตูทางเข้าทันที

"เป็นไงมั้งอาร์มินได้เรื่องมั้ย??"

"เขาไม่ยอมให้เบอร์โทรครับแต่เขาให้ที่อยู่มา"

"งั้นก็ไปกันตอนนี้เลยสิ!!!"

"ไม่!!!!...เราจะไปกันพรุ่งนี้เช้า!!"

เด็กสาวเรือนผมสีรัตติกาลแย้งขึ้นขัดเพื่อนที่ไม่ได้รับเชิญขึ้นโดยที่ไม่คิดจะอธิบายเหตุผลให้อีกคนได้เข้าใจ....ก็มันเป็นแค่ส่วนเกินก็เท่านั้นงานของตัวเองก็ล้นมือแต่เสือกหนีงานมาวุ่นวายแบบนี้มันชักจะมากไปแล้วสำหรับไอ้นักร้องบ้านี่

"ถ้าเธอไม่ไปก็เอาที่อยู่มาให้ฉันๆไปคนเดียวก็ได้!!!"

"ใจเย็นๆเถอะครับแจนที่ต้องไปพรุ่งนี้น่ะก็เพราะว่าเขาบอกแค่ว่าเอเลนน่าจะอยู่แถวๆชานเมืองของโพรวองซ์เท่นั้นนะครับไม่ได้เจาะจงว่าอยู่หมู่บ้านอะไรเลขที่เท่าไหร่แบบนั้นเพราะงั้นวันนี้เราต้องหาโรงแรมแถวนี้พักก่อนนะครับมันเย็นมากแล้วจากนี่ไปโพรวองซ์ก็สามชั่วโมงแล้วไปถึงตอนดึกจะทำอะไรได้ให้หัวคิดนิดหนึ่งนะครับแจน"

"ไม่ต้องไปอธิบายมันยืดยาวขนาดนั้นถ้ามันอยากไปก็เอาที่อยู่ให้มันไปเลยไอ้คนงี่เง่า!!!"

"เธอเงียบไปเลยมิคาสะไม่พูดขึ้นมาก็ไม่มีใครว่าเธอเป็นใบ้หรอก!!"

"ใจเย็นกันหน่อยเถอะครับถ้าเอเลนรู้ว่าเราทะเลาะกันแบบนี้จะโกรธเอานะครับ"

กว่าจะออกจากสถานทูตไปหาห้องพักได้ก็ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงแถมสองคนคู่กัดก็ทะเลาะกันไปตลอดทางแต่โดยสรุปแล้วก็คือเป็นห่วงร่างโปร่งบางด้วยกันทั้งคู่
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
.
.
.
..
.
.
.
..
..
..
..
..........Tobecontinue....................




1 ความคิดเห็น:

  1. อิชุ้นรู้สึกเหมือน รีไวซังพาเอเลนมาฮันนีมูนชอบกลค่ะ////
    อยากบอกว่าเเจนนายมันน่าหมั่นไส้มาก=×=

    ตอบลบ